เติบโตด้วยรัก
ถักทอด้วยฝัน
ทุกวันฉันจะส่องแสง
ส่งเสริมพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน และทักษะสมอง EF ผ่านการเรียนรู้ การเล่น และการปฏิบัติจริง

เติบโตด้วยรักThe Little Sunshine Home Preschool
The Little Sunshine Home Preschool เป็นสถานรับเลี้ยงเด็กที่มุ่งเน้นการส่งเสริมพัฒนาการและการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าโรงเรียนสำหรับเด็กอายุ 6 เดือน - 6 ขวบ โดยเน้นกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา รวมถึงพัฒนาทักษะสมอง EF ผ่านการเรียนรู้ การเล่น และการปฏิบัติจริง เราส่งเสริมการใช้วินัยเชิงบวก และการสื่อสารแบบสองภาษา (Thai - English) ภายใต้บรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นมิตร เพื่อให้เด็กๆ เรียนรู้อย่างมีความสุขและสามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน
วิสัยทัศน์และพันธกิจ +
วิสัยทัศน์
เป็นสถานรับเลี้ยงเด็กที่ส่งเสริมการใช้วินัยเชิงบวก ภายใต้บรรยากาศในการเรียนรู้ที่อบอุ่นและเป็นมิตร ส่งเสริมการเรียนรู้อย่างมีความสุข เตรียมความพร้อมให้ผู้เรียนสามารถสามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อม และอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน
พันธกิจ
การจัดการบรรยากาศและประสบการณ์ในการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียนในแต่ละช่วงวัย ผ่านกระบวนการเล่นที่สร้างสรรค์และการใช้วินัยเชิงบวก เพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดการพัฒนาตนเองอย่างเต็มศักยภาพ ส่งเสริมการเตรียมความพร้อมให้เด็กมีวินัย รับผิดชอบหน้าที่ตัวเอง มีกิริยามารยาทที่ดีงาม มีความภาคภูมิใจในตนเอง เคารพตัวเอง เคารพผู้อื่น กล้าแสดงออก และปรับตัวเข้ากับสังคมได้ดี
ใส่ใจทุกช่วงวัย
ให้บริการรับฝากดูแลเด็กตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 6 ปี โดยแบ่งห้องเรียนตามช่วงอายุ
Baby · 6 เดือน – 1.4 ปี
อัตราส่วนครู:เด็ก 1:3เด็กควรมีสุขภาพแข็งแรง มีพัฒนาการและความพร้อมที่เหมาะตามช่วงวัย
คุยเรื่องการดูแลลูกกับเรา ↗แตะเลือกช่วงวัย เพื่อรู้จักการดูแลของเรา ↑
รับฝากเลี้ยงหลังเลิกเรียนสำหรับนักเรียน อ.1–ป.3 เวลา 15.00–18.00 น.
หนึ่งวัน
เต็มไปด้วยการค้นพบ
กิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการเล่นและการลงมือทำ
ระเบียบการให้บริการ
ระเบียบการและข้อบังคับการให้บริการ The Little Sunshine Home Preschool
คุยกับเราผ่าน LINE ↗อยากมารู้จักกันก่อน?
นัดเยี่ยมชมล่วงหน้า 1 วัน
1. คุณสมบัติของนักเรียนที่รับเข้า
ช่วงอายุ: ให้บริการรับฝากดูแลเด็กตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 6 ปี โดยแบ่งห้องเรียนตามช่วงอายุ ดังนี้
Baby: 6 เดือน – 1.4 ปี (อัตราส่วนครู:เด็ก 1:3)
Toddler: 1.5 ปี – 3 ปี (อัตราส่วนครู:เด็ก 1:5)
Casa: 3 ปี – 6 ปี (อัตราส่วนครู:เด็ก 1:8)
สุขภาพ: เด็กควรมีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคติดต่อร้ายแรง หรือโรคที่ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษซึ่งสถานรับเลี้ยงเด็กไม่สามารถจัดหาให้ได้
พัฒนาการ: เด็กควรมีพัฒนาการและความพร้อมที่เหมาะตามช่วงวัย
2. เอกสารประกอบการสมัคร
ผู้ปกครองต้องเตรียมเอกสารดังนี้ในวันยื่นใบสมัครลงทะเบียน
ใบสมัคร
สำเนาใบสูติบัตรนักเรียน พร้อมรูปถ่าย 1 ชุด
สำเนาบัตรประชาชนบิดา/มารดา อย่างละ 1 ชุด
สำเนาทะเบียนบ้านบิดา/มารดา อย่างละ 1 ชุด
รูปถ่ายบิดา/มารดา อย่างละ 1 รูป
สมุดบันทึกพัฒนาการประจำตัวของโรงพยาบาล (ถ้ามี)
เอกสารส่วนตัวอื่นๆ เช่น ประวัติการแพ้ยา แพ้อาหาร เป็นต้น (ถ้ามี)
3. ขั้นตอนการรับสมัคร
การรับสมัคร : การรับสมัครนักเรียน เปิดรับสมัครทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30 – 15.00 น.
ติดต่อสอบถาม: ผู้ปกครองสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับหลักสูตร ค่าใช้จ่าย และระเบียบการต่างๆ ได้ที่สถานรับเลี้ยงเด็ก หรือผ่านช่องทางออนไลน์
นัดหมายเยี่ยมชม: ผู้ปกครองนัดหมายเพื่อเยี่ยมชมสถานที่ สภาพแวดล้อม และทำความเข้าใจการดำเนินงานของสถานรับเลี้ยงเด็ก
ยื่นใบสมัครและเอกสาร: ผู้ปกครองกรอกใบสมัครและยื่นเอกสารประกอบการสมัครให้ครบถ้วน
สัมภาษณ์/พูดคุย:
ผู้ปกครอง: เพื่อทำความเข้าใจความต้องการ ข้อมูลพื้นฐานของเด็ก และแลกเปลี่ยนแนวทางการดูแลเด็ก
เด็ก: พาเด็กมาทดลองเรียนเพื่อประเมินพัฒนาการก่อนการเข้าเรียน เพื่อทำความคุ้นเคยกับเด็ก ประเมินความพร้อมเบื้องต้น และสังเกตพัฒนาการของเด็ก (อาจเป็นการเล่น หรือทำกิจกรรมสั้นๆ ร่วมกัน)
แจ้งผลการพิจารณา: หลังจากเสร็จสิ้นขั้นตอนการรับสมัคร ทางสถานรับเลี้ยงเด็กจะแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ปกครองทราบ
ชำระค่าธรรมเนียมและลงทะเบียน: เมื่อได้รับการตอบรับ ผู้ปกครองชำระค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามที่กำหนด เพื่อยืนยันการเข้าเรียน
การเริ่มต้นวันเรียน: นักเรียนสามารถเริ่มเรียนได้ทุกวันที่ 1 ของทุกเดือน หรือวันจันทร์แรกของเดือนในกรณีที่วันที่ 1 ของเดือนนั้นตรงกับวันเสาร์หรืออาทิตย์
4. ระเบียบการชำระค่าเรียนและเงื่อนไข
การชำระค่าเรียนทุกประเภท จะต้องชำระก่อนเข้าเรียนทุกครั้ง
เงื่อนไขคอร์สเรียนทุกประเภทที่ได้ตกลงใช้บริการ และชำระเงินไว้แล้วในรอบเดือนนั้น สงวนสิทธิ์ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงในภายหลังได้ทุกกรณี (หากต้องการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการฝาก ต้องทำตกลงใหม่ในรอบเดือนถัดไป)
ค่าเรียนทุกประเภทที่ได้ชำระไว้แล้วเป็นอัตราเหมาจ่าย สงวนสิทธิ์ไม่สามารถขอคืนหรือเรียกร้องคืนในภายหลังได้ทุกกรณี
การมารับนักเรียนกลับล่าช้าเกิน 17.00 น. ถือเป็นการฝากล่วงเวลา ผู้ปกครองต้องชำระค่าบริการฝากล่วงเวลาส่วนที่เกินนับเป็นรายชั่วโมง ชั่วโมงละ 150 บาท
หากเด็กไม่สามารถมาเรียนได้ในทุกกรณี เช่น ไปธุระ ป่วย ผู้ปกครองต้องแจ้งให้คุณครูรับทราบ
หากเด็กมีอาการป่วย มีอุณหภูมิมากกว่า 37.5 องศาเซลเซียส ไอ หรือมีน้ำมูก ให้เด็กพักรักษาตัวที่บ้าน งดการพาเด็กมาเข้าชั้นเรียนเพื่อป้องกันการติดต่อไปสู่เด็กคนอื่นๆ
สถานรับเลี้ยงเด็กฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่ชดเชยวัน/เวลาฝากเลี้ยงในกรณีที่ลา ขาด หรือหยุดไป เนื่องจากค่าเรียนเป็นแบบอัตราเหมาจ่ายรายเดือน ขอให้ผู้ปกครองรักษาสิทธิ์ของท่านเอง
การหยุดเรียน ขาดเรียน มาสาย ไม่เป็นเหตุผลให้ผู้ปกครองขอลดอัตราค่าเรียนในภายหลัง, ขอเปลี่ยนแปลงรูปแบบเงื่อนไข, หรือขอชดเชยเพิ่มเติมในเดือนถัดไปได้
กรณีที่นักเรียนป่วยต้องพักรักษาตัว นักเรียนที่ลงทะเบียนรายเดือนแบบเต็มวัน 5 วัน/สัปดาห์ สามารถแสดงใบรับรองแพทย์เพื่อรับส่วนลดวันลาป่วยได้ในอัตรา 300 บาท/วัน (จำนวนไม่เกิน 5 วัน/เดือน) นักเรียนที่ลงทะเบียนรายเดือนแบบครึ่งวัน 5 วัน/สัปดาห์ สามารถแสดงใบรับรองแพทย์เพื่อรับส่วนลดวันลาป่วยได้ในอัตรา 150 บาท/วัน (จำนวนไม่เกิน 5 วัน/เดือน) ซึ่งจะใช้เป็นส่วนลดค่าเรียนในเดือนถัดไป
สถานรับเลี้ยงเด็กขอสงวนสิทธิ์ในการเข้าสังเกตการณ์สอนในห้องเรียน (ยกเว้นช่วงนัดเยี่ยมชม) / แทรกแซงการสอน/ หรือกำหนดรูปแบบการเลี้ยงลูกของตนเองให้แตกต่างจากหลักสูตรของสถานรับเลี้ยงเด็ก หรือแตกต่างพิเศษจากเด็กคนอื่น
5. สิ่งของที่ต้องเตรียมประจำวัน
นมผง หรือนมแม่แช่เย็น ขวดนม และรายละเอียดวิธีการชงนม กรณีที่เด็กเล็ก (อายุต่ำกว่า 1.5 ขวบ)
นมกล่อง 2 กล่อง/วัน
ผ้าอ้อมสำเร็จรูป (แพมเพิส) กรณีเด็กอายุ 1 - 2.5 ปี
ชุดเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยน 1-2 ชุด/วัน
แปรงฟันและยาสีฟัน
กระบอกน้ำส่วนตัว
ผ้าขนหนูเล็กสำหรับเช็ดตัว
ทิชชูเปียก 1-2 ห่อ/เดือน
ที่นอนแบบพับเก็บได้/ หมอน/ ผ้าห่ม
ยาประจำตัว (ถ้ามี)
หมายเหตุ: ไม่อนุญาตให้นำของเล่น ของมีค่า และเครื่องมือสื่อสารทุกชนิดมาใช้ และทางสถานรับเลี้ยงเด็กจะไม่รับผิดชอบใดๆ ในกรณีที่เกิดการเสียหายหรือสูญหาย
6. การส่งและรับเด็ก
ประตูสถานรับเลี้ยงเด็กจะทำการเปิด-ปิดเป็นเวลา ช่วงเช้าเปิดเวลา 07.30 - 10.00 น. / ช่วงกลางวัน 12.00 – 13.00 น. / ช่วงเย็น 15.00 - 18.00 น. เพื่อความปลอดภัยของบุตรหลาน หากมีธุระกรุณากดออดด้านหน้า หรือโทรติดต่อห้องธุรการ
ช่วงเช้าขอความร่วมมือจากผู้ปกครอง ควรมาส่งเด็กให้ทันกิจกรรมยามเช้า 08.30 น. เพื่อให้เด็กได้มีโอกาสทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนๆ และเพื่อฝึกความมีวินัยในการทำกิจวัตรยามเช้า หรือหากสายไม่ควรเกิน 09.00 น.
ช่วงเย็นเด็กเลิกเรียนเวลา 16.00 น. ทุกระดับชั้น ขอให้ท่านผู้ปกครองมารอรับให้ตรงเวลา ไม่ควรเข้ามารับก่อนเวลา ยกเว้นมีธุระจำเป็นจริงๆ เพื่อความเป็นระเบียบและความปลอดภัยของบุตรหลาน
การรับส่งบุตรหลานควรเป็นผู้ปกครองที่มีความสัมพันธ์กับเด็ก เป็นบิดา มารดา หรือญาติที่ได้แจ้งชื่อ-สกุล ไว้กับทางสถานรับเลี้ยงเด็ก เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ และต้องเซ็นชื่อรับเด็กทุกครั้งเมื่อมารับเด็กกลับบ้าน
เมื่อส่งบุตรหลานให้กับคุณครูพี่เลี้ยงเรียบร้อยแล้ว ท่านสามารถเดินทางกลับได้เลย โดยไม่ต้องสอดส่องบุตรหลานโดยรอบอาคาร ขอให้ท่านมอบความไว้วางใจให้กับคณะครูและพี่เลี้ยงเด็ก ซึ่งแต่ละคนได้รับการอบรมมาและมีความเชี่ยวชาญที่จะดูแลบุตรหลานของท่านได้เป็นอย่างดี
ขอความร่วมมือจากผู้ปกครองที่จะไม่ขึ้นไปบนอาคารเรียน โดยไม่ได้รับอนุญาต หากมีธุระให้ติดต่อที่ห้องธุรการ
7. การดูแลความปลอดภัย และสุขอนามัยภายในสถานรับเลี้ยงเด็ก
ช่วงเช้าก่อนการรับนักเรียน คุณครูเวรจะตรวจสอบความสะอาด และความปลอดภัย บริเวณภายนอกและภายในอาคารเรียนทุกจุด
การใช้ห้องเรียน: เปิดหน้าต่างระบายอากาศก่อนเริ่มเรียน 30 นาที เปิดไฟและผ้าม่านเพื่อให้แสงสว่างเพียงพอและเหมาะสมต่อการทำกิจกรรม เปิดแอร์กำหนดอุณหภูมิที่ 25 ๐C และเปิดเครื่องฟอกอากาศทุกครั้ง
หลังจากการทำกิจกรรมใช้แอลกอฮอล์ในการเช็ดทำความสะอาดพื้นผิวโต๊ะ ของเล่น และของใช้ในห้องเรียนทุกวัน รวมถึงทำความสะอาดพื้นในห้องเรียนโดยใช้น้ำยาฆ่าเชื้อเดทตอล และสเปรย์ฆ่าเชื้อในห้องเรียนและห้องน้ำ
8. โภชนาการของเด็ก
ช่วงเบรกเช้า เด็กจะได้ดื่มนม/ทานขนม
ช่วงกลางวัน เด็กจะได้ทานอาหารที่สะอาด สารอาหารครบ และมีประโยชน์ อย่างเต็มอิ่ม
ช่วงเบรกบ่าย เด็กจะได้ดื่มนม/ทานขนม/ผลไม้
ช่วงเย็น เด็กที่ฝากล่วงเวลา/ ฝากหลังเลิกเรียน จะได้ทานอาหารเพิ่ม 1 มื้อ
9. วันหยุด
สถานรับเลี้ยงเด็กสถานรับเลี้ยงเด็กเดอะลิตเติ้ลซันไชน์ หยุดในวาระต่างๆ ดังนี้:
วันอาทิตย์
วันนักขัตฤกษ์ (แจ้งในปฏิทินโรงเรียน)
วันคริสต์มาส - เทศกาลปีใหม่
10. สิ่งที่ผู้ปกครองควรรู้ในการฝากลูก (ช่วง 1-3 เดือนแรก)
การปรับตัว: ลูกจะร้องไห้อยู่ประมาณ 2-4 สัปดาห์แรก (ตกใจ กลัวถูกทิ้ง คุณพ่อคุณแม่ต้องใจแข็ง) สถานรับเลี้ยงเด็กอาจมีช่วงเวลาการปรับตัวสำหรับเด็กใหม่ เพื่อให้เด็กคุ้นเคยกับสถานที่และบุคลากร โดยจะมีการพูดคุยและวางแผนร่วมกับผู้ปกครอง ลูกจะปรับตัวได้ตั้งแต่เดือนที่ 2-3 เป็นต้นไป ขึ้นอยู่กับความพร้อมของเด็กแต่ละบุคคล
การป่วย: เด็กอาจป่วย-ไม่สบายได้บ่อย เนื่องจากภูมิต้านทานยังต่ำ ติดเชื้อได้ง่าย
พัฒนาการ: การฝากเลี้ยงจะเห็นพัฒนาการที่ดีขึ้นหลังจากผ่าน 6 เดือนแรก และจะเห็นพัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงไปในทางดีขึ้น ควรฝากต่อเนื่องกันอย่างน้อย 6 เดือนขึ้นไป
การบาดเจ็บ: การบาดเจ็บบางอย่างอาจเกิดขึ้นได้บ้างเล็กน้อย แต่ไม่ร้ายแรง อาจป้องกันได้ไม่ 100% เช่น การหกล้มจากการวิ่งเล่น, ข่วนกัน, กัดกัน, ยุงกัด, มดกัด หรือเด็กทะเลาะแย่งของเล่นกัน
พฤติกรรม: เด็กอาจมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดตามอายุ และการรับรู้ที่มากขึ้น จึงไม่สามารถนำเอาลักษณะพฤติกรรมใด มาตัดสินอ้างอิงว่าคือลักษณะนิสัยถาวรของลูกได้
11. ระเบียบการจัดการเรียนการสอน
สถานรับเลี้ยงเด็กเดอะลิตเติ้ลซันไชน์ ได้ออกแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวทางหลักสูตร 6 กิจกรรมการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย เพื่อส่งเสริมพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน และทักษะสมอง EF ผ่านกิจกรรมเสริมประสบการณ์ โดยเด็กๆ จะได้ทำกิจกรรมในลักษณะการบูรณาการผ่านการเล่น การลงมือทำ จากประสบการณ์ตรงอย่างหลากหลาย
กิจกรรมเสริมประสบการณ์: มุ่งเน้นพัฒนาทักษะการเรียนรู้ ฝึกการทำงานและอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่ม ให้เด็กได้มีโอกาสฟัง พูด สังเกตสำรวจ คิดแก้ปัญหา ใช้เหตุผล และฝึกปฏิบัติ เพื่อให้เกิดความคิดรวบยอด (เช่น กิจกรรมสนทนา อภิปราย เล่านิทาน สาธิต ทดลอง)
กิจกรรมเคลื่อนไหวและจังหวะ: จัดให้เด็กได้มีการเคลื่อนไหวส่วนต่างๆ ของร่างกายอย่างอิสระตามจังหวะ โดยใช้เสียงเพลง คำคล้องจอง หรือจังหวะจากเครื่องเล่นดนตรี
กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์: ช่วยให้เด็กแสดงออกทางอารมณ์ความรู้สึก ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และจินตนาการในการสร้างสรรค์ผลงาน (เช่น การวาดภาพ การปั้น การฉีก-ปะ การตัดปะ การพิมพ์ภาพ การร้อย การประดิษฐ์ การเล่นสี)
กิจกรรมการเล่นตามมุม/เสรี: เปิดโอกาสให้เด็กเล่นอิสระตามมุมที่จัดไว้ในห้องเรียน (เช่น มุมบล็อก มุมหนังสือ มุมวิทยาศาสตร์ มุมบทบาทสมมติ) เด็กต้องมีโอกาสเลือกเล่นได้อย่างเสรี ตามความสนใจและความต้องการของเด็กทั้งเป็นรายบุคคลและเป็นกลุ่ม
กิจกรรมการเล่นกลางแจ้ง: จัดให้เด็กมีโอกาสออกไปนอกห้องเรียนเพื่อออกกำลังกาย เคลื่อนไหวร่างกาย และแสดงออกอย่างอิสระ โดยยึดความสนใจหรือความสามารถของเด็กแต่ละคนเป็นหลัก (เช่น การเล่นเครื่องเล่นสนาม การเล่นทราย การเล่นน้ำ การเล่นอุปกรณ์กีฬา)
กิจกรรมเกมการศึกษา: ช่วยพัฒนาสติปัญญา มีกฎ กติกาง่ายๆ เด็กสามารถเล่นคนเดียวหรือเล่นเป็นกลุ่มได้ ช่วยให้เด็กรู้จักสังเกต เปรียบเทียบ คิดหาเหตุผล และเกิดความคิดรวบยอดเกี่ยวกับสี รูปร่าง จำนวน ประเภท และความสัมพันธ์เกี่ยวกับพื้นที่ (เช่น เกมจับคู่ เกมต่อภาพให้สมบูรณ์ เกมภาพตัดต่อ เกมวางภาพต่อปลาย (โดมิโน) เกมเรียงลำดับ และเกมศึกษารายละเอียดของภาพ (ลอตโต้)
12. การประเมินพัฒนาการเด็ก
เด็กจะได้รับการประเมินพัฒนาการ ดังนี้:
แบบบันทึกพฤติกรรมประจำวัน - ทุกวัน
ประเมินการเจริญเติบโต - ชั่งน้ำหนัก/วัดส่วนสูง เดือนละ 1 ครั้ง
แบบบันทึกการเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย (DSPM) – 3 เดือน/ครั้ง
13. ข้อตกลงและเงื่อนไขอื่นๆ
นโยบายการลาป่วย/ลากิจ: ผู้ปกครองควรแจ้งสถานรับเลี้ยงเด็กทราบล่วงหน้าหากเด็กไม่สามารถมาเรียนได้ในทุกกรณี หากเด็กมีอาการป่วย ให้เด็กพักรักษาตัวที่บ้าน งดการพามาเข้าชั้นเรียนเพื่อป้องกันการติดต่อไปสู่เด็กคนอื่นๆ
การติดต่อสื่อสาร: ผู้ปกครองควรให้ข้อมูลการติดต่อที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน เพื่อการสื่อสารที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
ความร่วมมือ: สถานรับเลี้ยงเด็กขอความร่วมมือจากผู้ปกครองในการสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ และเข้าร่วมประชุมตามโอกาส เพื่อประโยชน์สูงสุดในการพัฒนาเด็ก
14. การสิ้นสุดสภาพการเป็นนักเรียน
เมื่อเด็กมีอายุเกินเกณฑ์ที่กำหนด
เมื่อผู้ปกครองแจ้งความประสงค์ขอย้ายออก
เมื่อเด็กมีปัญหาสุขภาพหรือพฤติกรรมที่สถานรับเลี้ยงเด็กไม่สามารถดูแลได้อย่างเหมาะสม และได้มีการพูดคุยกับผู้ปกครองแล้ว
การไม่ปฏิบัติตามระเบียบและข้อบังคับของสถานรับเลี้ยงเด็ก
เมื่อค้างชำระค่าบริการ เกินกว่า 15 วัน
ติดต่อและนัดหมายเยี่ยมชม
สอบถามหลักสูตร ค่าใช้จ่าย และระเบียบการผ่าน LINE Official Account
แชท LINE @886ulerh ↗นัดหมายเยี่ยมชมล่วงหน้า 1 วัน / ลงทะเบียนเยี่ยมชมได้ที่ LINE
เปิดรับสมัครทุกวันจันทร์–ศุกร์ เวลา 08.30–15.00 น.
เปิด Google Maps ↗



